นายกรัฐมนตรี แถลงด่วน ประกาศ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณฉุกเฉิน (มีคลิป)

พล.อ.ประยุทธ์ แถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) ต่อสถานการณ์ไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) พร้อมกับแนวทางการรับมือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ 24 มี.ค. 63 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงข่าว ยกระดับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 โดยในที่ประชุม ครม.นั้น ได้เห็นชอบให้ประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เพื่อเป็นการควบคุมเชื้อไวรัสโควิดที่กำลังระบาดในช่วงนี้ โดยมาตรการดังกล่าวจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม ถึงปลายเดือนเมษายน เป็นระยะเวลา 1 เดือน โดยเบื้องต้นนั้นจะใช้ 14 มาตราในการควบคุมสถานการณ์

ล่าสุดวันนี้ 25 มี.ค. 63 พล.อ.ประยุทธ์ แถลงการณ์ต่อสถานการณ์ไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) พร้อมกับแนวทางการรับมือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ความว่า "ช่วงเวลาภายภาคหน้าเราอาจจะเผชิญเรื่องราวที่เลวร้าย เราต้องยอมรับความจริง สถานการณ์โควิด-19 อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ตนเองพร้อมบัญชาการสถานการณ์ 'โควิด-19' โดยจะประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั่วประเทศ เพื่อควบคุมโรคติดต่อ ในวันพรุ่งนี้ (26 มี.ค.) เป็นต้นไป ยืนยันไม่มีปิดร้านค้า ที่จำหน่ายสิ่งของซึ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิต" สำหรับแนวทางมาตรการเพิ่มเติมมีดังนี้

  • ประกาศห้ามเข้าพื้นที่เสี่ยง
  • คำแนะนำ/ขอความร่วมมือ ไม่เดินไม่เดินทางข้ามจังหวัด
  • อาจมีปิด พื้นที่เสี่ยงเพิ่ม
  • ปิดช่องทางเข้าประเทศเพิ่ม / ให้ออกนอกประเทศได้
  • ประกาศจัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) โควิด-19
  • นายกฯ นั่งประธาน ศอฉ.
  • เริ่ม 26 มี.ค. 63 เป็นต้นไป
  • จะไม่มีการปิดร้านค้า / สถานที่ขายสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต
  • "ไม่มีการพูดถึงการจำกัดเวลาเข้าออกบ้าน"

สำหรับพ.ร.ก..ฉบับดังกล่าว ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินให้ยุติลงได้โดยเร็ว หรือป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงมากขึ้น ให้นายกรัฐมนตรีมีอำนาจออกข้อกำหนด ดังต่อไปนี้

  • (๑) ห้ามมิให้บุคคลใดออกนอกเคหสถานภายในระยะเวลาที่กำหนด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเป็นบุคคลซึ่งได้รับยกเว้น
  • (๒) ห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใด ๆ หรือกระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย
  • (๓) ห้ามการเสนอข่าว การจำหน่าย หรือทำให้แพร่หลายซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใดที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ทั้งในเขตพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือทั่วราชอาณาจักร
  • (๔) ห้ามการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ หรือกำหนดเงื่อนไขการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ
  • (๕) ห้ามการใช้อาคาร หรือเข้าไปหรืออยู่ในสถานที่ใด ๆ
  • (๖) ให้อพยพประชาชนออกจากพื้นที่ที่กำหนดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนดังกล่าว หรือห้ามผู้ใดเข้าไปในพื้นที่ที่กำหนด

ขอบคุณข้อมูลจาก ไทยคู่ฟ้า 

คลิปจาก Workpoint

ข่าวใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็น

ติดตามเราจากช่องทางอื่นๆ